ความเชื่อชาวอียิปต์เกี่ยวกับ ‘มนุษย์’

ชาวไอยคุปต์ หรือ ชาวอียิปต์โบราณ เขาเชื่อกันว่า มนุษย์ ประกอบด้วยสิ่ง

สำคัญ ๓ อย่าง ได้แก่

๑.  คา (Ka) คือ วิญญาณที่แฝงอยู่ในกายจริง เมื่อตายแล้วก็จะออกจากร่าง และคงรูปเดิม

ทุกประการ แต่โปร่งใส และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

๒. บา (Ba) คือ ส่วนที่เรียกรวมระหว่างร่างผู้ตาย กับคา บางครั้งสามารถแปลงร่าง เป็นนกที่

มีหน้าเป็นคน ร่างแปลงนี้ต้องกลับมาที่หลุมศพในยามค่ำ

๓. อัคฮ์ (Akh) เป็นส่วนของคนที่สถิตย์อยู่ท่ามกลางดวงดาวบนฟ้า และเป็นวิญญาณอมตะ

ที่อยู่ห่างออกไปจากโลกมนุษย์

คติความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของชาวอียิปต์โบราณ ก็คือ เมื่อคนตาย ดวงวิญญาณ

หรือ “คา” จะออก จากร่างไปเพียงชั่วคราว เพื่อเดินทางไปพบกับพระเจ้าในโลกหน้า แล้วจะ

กลับมาในวันหนึ่งข้างหน้า ข้อสำคัญคือ เมื่อวิญญาณกลับมาแล้ว ก็ต้องมีร่างกายอยู่ และร่าง

ที่จะอาศัยอยู่ได้ ต้องเป็นร่างกายของตนเองเท่านั้น ดังนั้น “ความตาย” จึงเป็นแค่เพียงการ

หลับชั่วคราว เพื่อรอคอยการเกิดใหม่ของดวงวิญญาณ อืม…จะว่าไปความเชื่อ แบบนี้ ก็

คล้าย ๆ กับความเชื่อของชาวมุสลิมใช่ไหมคะ… แน่ล่ะค่ะ ก็บ่อเกิดของความเชื่อ และ

ศาสนาอยู่ในแถบ เดียวกันนี่นา เพียงแต่ รายละเอียดเกี่ยวกับพิธีกรรมที่สืบเนื่องจากความเชื่อ

มีความแตกต่างอย่างสำคัญทีเดียว เพราะแม้จะเชื่อว่า การตาย เป็นแค่การพักผ่อนเหมือนกัน

แต่ในขณะที่ชาวมุสลิมไม่ได้ให้ความสำคัญกับร่าง ที่ไร้วิญญาณของผู้ตาย มากไปว่าดวง

วิญญาณที่จะได้รับการพิพากษาตอบแทน ชาวอียิปต์โบราณกลับให้ความ สำคัญกับร่างเดิม

หรือกายจริงอย่างยิ่งยวด

แล้วด้วยความเชื่อที่ว่า ต้องเป็นกายเดิมเท่านั้น วิญญาณถึงจะเข้าร่างได้ ญาติพี่น้องที่ยังมี

ชีวิตอยู่จึงต้องพยายาม หาวิธีการให้ศพคงสภาพสมบูรณ์ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรอคอย

การกลับมาของผู้ตาย ที่คนปัจจุบันเรียกว่า เป็นการทำ “มัมมี่” นั่นเอง อย่างไรก็ตาม แท้จริง

แล้ว คำว่า มัมมี่ (Mummy) ไม่ใช่ภาษาอียิปต์โบราณดอกค่ะ แต่เป็นภาษาอาหรับที่ออก

เสียงว่า “มัมมียะ” (Mumiya) หมายถึง “ร่างที่อาบไว้ด้วยน้ำมันดิน” สันนิษฐานกันว่า ภาษา

อียิปต์โบราณ มีคำที่ใช้กับศพอยู่แค่สองคำเท่านั้น คือ คำว่า “เค็ท” ที่แปลว่า ศพ และ “วิ”

ซึ่งแปลว่า “ศพดองห่อด้วยผ้าลินิน”

อันที่จริงแล้ว มัมมี่ที่ทำให้โลกทึ่งไม่ได้ก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่แรก แต่เป็นมัมมี่ในช่วงประวัติ

ศาสตร์ของ ราชวงศ์อียิปต์โบราณที่ ๔-๕ หรือราว ๒๕๗๐- ๒๔๕๐ ก่อนคริสศักราชนี่เอง ซึ่ง

เป็นช่วงที่เทคนิคการทำมัมมี่ ได้วิวัฒนาการใช้ยางสนเพื่อแสดงรูปลักษณ์ภายนอกของมัมมี่

จนมีความคงทนถาวรถึง ขนาดขนคิ้ว และหนวด ของผู้ตายยังแสดงออกให้เห็นได้ ดังเช่น

มัมมี่ของเพตริค ( Petric ) ซึ่งค้นพบโดย วิลเลี่ยม เอ็ม.เอฟ.เพตริค ( Willam M.F.

Petric ) นักอียิปต์วิทยาชาวอังกฤษ และมัมมี่ของเยนตี้ ( Yenty ) อัครมหาเสนาบดีในยุค

ราชวงค์ที่ ๕ ซึ่งถูกบรรจุไว้ในโลงหินแกรนิต ที่สามารถรักษาเค้าหน้าของมัมมี่ ไว้ได้อย่างน่า

ทึ่ง ค้นพบโดย ยอร์ช เอ. ไรส์เนอร์ ผู้ขุดพบปิรามิดแห่งกีซา

การทำมัมมี่มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับค่ะ ว่ากันว่า ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของอียิปต์โบราณ

ร่างของคนตายจะ ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้า หรือเสื่อ อย่างลวก ๆ และถูกฝังด้วยท่าขดตัวในหลุม

แคบ ๆ ภายในพื้นทรายซึ่งลึกลง ไปไม่กี่ฟุตเท่านั้น ด้วยวิธีการอาศัยปัจจัยทางธรรมชาติ

ความร้อนของทะเลทรายจะช่วยทำให้ศพอยู่ในสภาพที่ เหมือนถูกอบแห้ง และคงสภาพเดิม

ได้อย่างดี อย่างไรก็ตามดังกล่าวมาแล้วว่า ด้วยความเชื่อที่ว่า วันหนึ่งคนตาย จะฟื้นคืนชีพขึ้น

มาอีก ดังนั้นพอนานวันเข้า ความตาย ก็เลยเป็นเรื่องที่ชาวอียิปต์ให้ความสำคัญมากขึ้น ส่ง

ผลให้ พิธีกรรม และหลุมฝังศพมีการพัฒนา ปรับเปลี่ยนรูปแบบไป จากหลุมศพแบบที่ขุดกัน

ง่าย ๆ ก็เริ่มมีการก่ออิฐ ทำผนัง พยายามทำให้เป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อให้คนตาย

สามารถเหยียดแข้งเหยียดขาได้เต็มที่ แทนการนั่งชัน เข่า จรดปลายคางอยู่ในหลุมแคบ ๆ

แบบเดิม และความที่ต้องการจะทำหลุมให้เหมือนบ้านจริง ๆ เหนือหลุมศพ จึงสร้างให้มีรูป

ทรงคล้ายหลังคา แต่…ปรากฎว่าสิ่งที่คล้ายหลังคานี้เอง กลับกั้นความร้อนจากแสงแดด ไม่

ให้ส่อง กระทบศพได้ ศพจึงเริ่มเน่าเปื่อย กลายเป็นเรื่องเดือดร้อนให้ต้องคิดหาทางรักษาศพ

กันใหม่

ที่มา : http://www.keedkean.com/knowledge/KK0000137.html#ixzz2EqMbDGB1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s