สมัยราชอาณาจักรกลาง

สมัยราชอาณาจักรกลาง (The Middle Kingdom)

 ราชวงศ์ที่ 11-13 (2050-1750 B.C.)

          ก่อนที่จะเข้าสู่สมัยราชอาณาจักรกลาง ได้เกิดสงครามกลางเมือง (civil war) ขึ้นภายในประเทศอียิปต์ ก่อให้เกิดความแตกแยกกันดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ฟาโรห์เมนตูโฮเทปที่ 2 (Mentuhotep II) แห่งเมืองธีบส์ (Thebes) สามารถรวบรวมอาณาจักรให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง โดยตั้งเมืองธีบส์เป็นเมืองหลวง และตั้งราชวงศ์ที่ 11 ขึ้น ฟาโรห์จึงกลับมามีอำนาจอีกครั้ง เป็นการเข้าสู่สมัยราชอาณาจักรกลาง ในสมัยราชวงศ์ที่ 12 อียิปต์เริ่มกลายเป็นชาติมหาอำนาจ และสามารถตีอาณาจักรนูเบียได้ รวมทั้งมีความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมและทำค้าขายกับเมืองอาบิดอส (Abydos) เกาะครีต (Crete) นูเบีย (Nubia) อาระเบีย (Arabia) และบาบิโลเนีย(Babylonia) วรรณคดีและศิลปกรรมก็เจริญขึ้นมาก

สถาปัตยกรรม

          ปิรามิดยังคงถูกสร้างขึ้น แต่ใช้วัสดุที่ถูกกว่าคือภายในใช้อิฐ ข้างนอกจึงจะใช้หินปูน มาสตาบาก็มีขนาดเล็กลงและไม่มีวิหารอยู่ข้างๆ มาสตาบาถูกสร้างรวมกลุ่มอยู่รอบๆ ปิรามิดเช่นเดียวกับสมัยราชอาณาจักรเก่า เนื่องจากหุบเขาแถบแม่น้ำไนล์มีลักษณะแคบ จึงมีการนำลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ คือการขุดเจาะสุสานเข้าไปในภูเขาหรือหน้าผา (rock-cut tomb) องค์ประกอบของสุสานคล้ายกับปิรามิด คือมีลานกว้าง ห้องเก็บพระศพ ห้องเก็บสมบัติ ทางเดิน และที่บูชา มีความลึกและระดับที่แตกต่างกัน ดังเช่นสุสานของฟาโรห์คนัมโฮเทป (Khnumhotep) ที่เมืองเบนิฮาซัน (Beni Hasan) อายุราว 1900 ปีก่อนคริสตกาล (ภาพที่ 17)

จิตรกรรม

ภาพเขียนจากสุสานของฟาโรห์คนัมโฮเทป อายุราว 1900 ปีก่อนคริสตกาล เป็นภาพคนรับใช้กำลังเก็บผลมะเดื่อและภาพการเลี้ยงสัตว์จำพวกกวางหรือเนื้อที่มีเขาเป็นเกลียว ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่ในท้องถิ่นและพวกผู้ดีนิยมเลี้ยงกัน ศิลปินผู้เขียนภาพกล้าที่จะพยายามแสดงไหล่และหลังของชายทั้งสองให้มีการบิดหรือโค้งงอตามอากัปกิริยาที่เป็นจริง อย่างไรก็ตามการวาดภาพก็ยังคงอยู่ในลักษณะของกรอบประเพณีแบบเก่าอย่างเคร่งครัดคือ เขียนภาพให้เห็นมุมมองด้านข้าง (ภาพที่ 18)

ประติมากรรม

ภาพสลักนูนต่ำของฟาโรห์เมนตูโฮเทปที่ 2 (Mentuhotep II) กำลังได้รับการสวมมงกุฎจากเทพสององค์ อายุราว 2010 ปีก่อนคริสตกาล (ภาพที่ 19)

ภาพสลักนูนต่ำของฟาโรห์เมนตูโฮเทปที่ 3 (Mentuhotep III) กำลังได้รับการสวมมงกุฎจากเทพีแห่งอียิปต์บนและอียิปต์ล่าง อายุราว 2000 ปีก่อนคริสตกาล (ภาพที่ 20)

ประติมากรรม          หุ่นจำลองในสุสานของเมเคตร์ (Meketre) ซึ่งเป็นเสนาบดีของฟาโรห์เมนตูโฮเทปที่ 2 เป็นรูปผู้คอยรับใช้เมเคตร์เมื่อถึงคราวที่ฟื้นขึ้นมาใหม่ เป็นหญิงร่างสูง ในมือถือห่านตัวหนึ่ง อีกมือจับตะกร้าใส่อาหารที่ทูนไว้บนศีรษะ (ภาพที่ 21)          รูปสลักเหมือนของฟาโรห์เซซอสทริสที่ 3 (Sesostris III) เป็นส่วนพระเศียรของสฟิงซ์ พระองค์ปกครองอียิปต์ในช่วง 1875-1843 ปีก่อนคริสตกาล สลักด้วยหินควอทไซต์สีน้ำตาล สูง 11 นิ้ว พบที่วิหารแห่งเมืองเมดามุด (Temple of Medamud) เป็นการแกะสลักใบหน้าแบบเหมือนจริงมากกว่าที่จะเป็นแบบอุดมคติ มีการทำหนังตาและถุงใต้ตาหนักๆ และร่องสองข้างจมูก (ภาพที่ 22)

ในช่วงปลายสมัยราชอาณาจักรกลาง ได้เกิดความไม่สงบขึ้นอีกครั้ง ฟาโรห์แห่งราชวงศ์ที่ 13 ได้ย้ายเมืองหลวงมายังเมืองทานิส (Tanis) แถบบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ ครั้นถึงช่วง 1700 ปีก่อนคริสตกาลพวกฮิคซอส (Hyksos) ซึ่งเป็นชนต่างชาติที่เข้ามาจากด้านเหนือของแหลมซีนายได้เรืองอำนาจขึ้น ได้บุกรุกอียิปต์ล่างและได้ครอบครองอียิปต์ส่วนหนึ่ง เกิดสงคราม บ้านเมืองถูกทำลายย่อยยับ เรียกช่วงนี้ว่า “สมัยที่อยู่ระหว่างกลางสมัยที่ 2” (Second Intermediate Period) ประมาณช่วง 1782-1570 ปีก่อนคริสตกาล

ที่มา : https://sites.google.com/site/arc213rsu/brryay-raywicha/egypt/egypt24

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s