โครงสร้างภายในของต้นผักชีฝรั่ง

ต้นไม้ของฉัน

ผักชีฝรั่ง

ชื่อภาษาไทย : ผักชีฝรั่ง

ชื่ออื่นๆ : ผักชีดอย หอมป้อมกุลา แมะและเด๊าะ

ชื่อภาษาอังกฤษ : Sawtooth corianser, Spiny coriander, long coriander, Culantro

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eryngium foetidum L.

ชื่อพ้อง : Eryngium antihystericum Rottler

วงศ์ : Umbelliferae (Apiaceae)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก  อายุสองฤดูกาลหรือสองปี ต้นมีกลิ่นเฉพาะตัว  ไม่มีขน  สีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม สูงถึง 80 เซนติเมตร ปกติมีกิ่งเดียว  รากหลักรูปกระสวยยาว  ลำต้นสั้น  เป็นร่อง  ยืดยาวก่อนออกดอก  ใบกระจุกแบบกุหลาบซ้อน  เรียงเวียน  มีก้านใบสั้นหรือไม่มี  ใบรูปใบหอกถึงรูปไข่หรือหัวกลับยาว ขนาดกว้าง 1-4 เซนติเมตร ยาว 5-30 เซนติเมตร ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายจักมีหนามแหลมเล็ก ๆ ช่อดอกแบบซี่ร่ม รูปคล้ายแบบเชิงลด  ออกเป็นกระจุกบนก้านที่ยื่นยาวจากกลางยอดของกลุ่มใบ ดอกย่อยมีจำนวนมาก เรียงเป็นช่อกระจุกซ้อน ที่ปลายช่อหรือแขนง กลีบดอกมี 5 กลีบ  รูปขอบขนานแกมรี  ปลายโค้ง  สีขาวแกม

นิเวศวิทยา : แหล่งกำเนิดยังไม่ทราบแน่นอน แต่เป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกากลางและใต้ ตั้งแต่เม็กซิโกไปยังปานามา โคลอมเบีย โบลิเวีย และบราซิล  และจากคิวบาถึงตรินิแดด   ได้มีการนำไปปลูกยังฟลอริดา  และ เขตร้อนของเอเชีย ยุโรป แอฟริกา ออสเตเรีย จนเป็นที่แพร่หลายทั่วไปในธรรมชาติ ชาวจีนนำไปปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเก็บเกี่ยว : ผักชีฝรั่งเริ่มเก็บเกี่ยวเมื่ออายุประมาณ 120 วัน หลังเมล็ดงอก หรือ 30 วันนับจากย้ายลงปลูก การเก็บจะถอนทั้งต้นมีรากติด หรือตัดทีละต้น

ประโยชน์ทางยา : กลิ่นหอม รสมันอมขมเล็กน้อย ใบบัวบกสรรพคุณแก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ รักษาแผลให้หายได้ เป็นพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นยาแผนปัจจุบันเพื่อใช้ในการรักษาแผลสดหรือแผลหลังผ่าตัด
ประโยชน์ทางอาหาร ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาล ใบอ่อนและใบที่เจริญเต็มที่ใช้เป็นผักและเครื่องปรุง ผักชีฝรั่งจะเจริญงอกงาม ดีในฤดูฝน

โครงสร้างภายใน

22

โครงสร้างภายในรากของต้นผักชีฝรั่ง

 ลักษณะของรากต้นผักชีฝรั่ง :  Primary root หรือ รากแก้ว (tap root)

มีลักษณะ ตอนโคนจะโตแล้วค่อยเรียวเล็กลงไปจนถึงปลาย จะยาวและใหญ่กว่ารากอื่นๆที่แยกออกไป ทำหน้าที่ เป็นหลักรับส่วนอื่นๆให้ทรงตัวอยู่ได้ รากชนิดนี้พบในพืชใบเลี้ยงคู่ที่งอกออกจากเมล็ดโดยปกติ ส่วนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่งอกออกจากเมล็ดใหม่ๆก็มีรากระบบนี้เหมือนกันแต่มีอายุได้ไม่นานก็เน่าเปื่อยไปแล้วเกิดรากชนิดใหม่ขึ้นมาแทน(รากฝอย)

เนื้อเยื่อของรากพืชใบเลี้ยงคู่ที่ตัดตามขวางตรงบริเวณที่เซลล์เจริญเติบโตเต็มที่ จะพบว่าเนื้อเยื่อของรากแบ่งออกเป็นชั้นๆเรียงจากภายนอกเข้าไปตามลำดับดังนี้

1.  epidermis  เป็นเนื้อเยื่อชั้นนอกสุดมีเซลล์ที่เรียงตัวกันเพียงชั้นเดียวและผนังเซลล์บาง  ไม่มีคลอโรพลาสต์ บางเซลล์

จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นขนราก

2.  cortex  เป็นอาณาเขตระหว่างชั้น epidermis และ stele  ประกอบด้วยเนื้อเยื่อพาเรงคิมาที่ทำหน้าที่สะสมน้ำและ

อาหารเป็นส่วนใหญ่  ชั้นในสุดของ cortex จะเป็นเซลล์แถวเดียวเรียก endodermis ในรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะเห็นชัดเจน

เซลล์ในชั้นนี้เมื่อมีอายุมากขึ้นจะมีผนังหนาเพราะมีสารซูเบอริน หรือลิกนินสะสมอยู่  แต่จะมีช่วงที่มีเซลล์ผนังบางแทรกอยู่ในชั้นนี้

และอยู่ตรงกับแนวของไซเลม

3.  stele  เป็นบริเวณที่อยู่ถัดจากชั้น endodermisเข้าไป พบว่าstele ในรากจะแคบกว่าชั้น cortex  ประกอบด้วยชั้น

ต่างๆดังนี้

3.1  pericycle  เป็นเซลล์ผนังบางขนาดเล็กมี 1-2 แถว พบเฉพาะในรากเท่านั้น เป็นแหล่งกำเนิดของรากแขนง

( secondary root )

3.2  vascular bundle  ประกอบด้วย xylem อยู่ตรงใจกลางเรียงเป็นแฉกโดยมี phloem อยู่ระหว่างแฉก สำหรับพืช

ใบเลี้ยงคู่ต่อมาจะเกิดเนื้อเยื่อเจริญ vascular cambium คั่นระหว่าง xylem กับ phloem  ในรากของพืชใบเลี้ยงคู่มีจำนวนแฉก

น้อยประมาณ 1-6 แฉก โดยมากมักมี 4 แฉก ส่วนรากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมักมีจำนวนแฉกมากกว่า

3.3  pith  เป็นบริเวณตรงกลางรากหรือไส้ในของรากเห็นได้ชัดเจนในรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ส่วนใหญ่เป็นเนื้อเยื่อพาเรงคิมา

ลำต้น

โครงสร้างภายลำต้นของต้นผักชีฝรั่ง

1.Epidermis อยู่ชั้นนอกสุด ไม่มี Chloroplast มีการเปลี่ยนแปลงเป็นขน หนาม และมีสารคิวติน (Cutin) เคลือบ ในพืชที่มีเนื้อไม้พบเฉพาะในปีแรก ๆ เมื่อต้นไม้เจริญเติบโตในปีต่อๆ มา จะมีเซลล์คอร์ก (Cork) เจริญ และดันให้ Epidermis หลุดไป (อธิบายในการเจริญเติบโตขั้นที่ 2 ของลำต้น)

2.Cortex  อยู่ถัดจากชั้น  Epidermis ประกอบด้วยเซลล์ Collenchyma (อยู่ตามมุมให้ความแข็งแรง) Parenchyma (สะสมอาหาร) Chlorenchyma (Parenchyma ที่มี Chloroplast) ส่วนในไม้เนื้อแข็งพบ Sclerenchyma โดย Cortex ในลำต้นแคบกว่าในราก และเป็นส่วนที่เกิดการแตกกิ่ง สำหรับชั้น Endodermis ในลำต้นสังเกตไม่ชัดเจนหรือบางชนิดไม่มี

3.Stele ในลำต้นแยกจาก Cortex ไม่ชัดเจน ประกอบด้วย Vascular bundle หรือมัดท่อลำเลียง

         – Vascular bundle ของพืชใบเลี้ยงคู่ Xylem และ Phloem จัดเรียงเป็นกลุ่มอย่างมีระเบียบ โดย  Xylem อยู่ด้านใน Phloem อยู่ด้านนอก มีเนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง ทำให้มีการเจริญเติบโตขั้นที่ 2

โครงสร้างภายในใบของผักชีฝรั่ง

1215024296

 เยื่อเซลล์บน

โครงสร้างภายในใบด้านบนของต้นผักชีฝรั่ง

ล่างใบ

โครงสร้างภายในใบด้านล่างของต้นผักชีฝรั่ง

Dicot types

Leaf Arrangement on petiole : Palmately Compound Leaf

Leaf Arrangement on stem : opposite

Overall Leaf Shape : oblanceolate

Leaf Tip Shapes : obtuse

Leaf Base Shapes : acute

Leaf Margin : dentate

ชื่อ น.ส.รวิวรรณ  เรือนตันแก้ว ชั้น ม.5/5 เลขที่ 17

Sufficiency Economy

Sufficiency Economy

24

“Sufficiency Economy”  is a philosophy that stresses the
middle path as an overriding principle for appropriate conduct by the
populace at all levels. This applies to conduct starting from the level of the
families, communities, as well as the level of nation in development and
administration  so as to modernize in line with the forces of globalization.
“Sufficiency” means moderation, reasonableness, and the need of self –
immunity for sufficient protection from impact arising from internal and
external changes. To achieve this, an application of knowledge with due
consideration and prudence is essential. In particular great care is
needed in the utilization of theories and methodologies for planning and
implementation in every step. At the same time, it is essential to
strengthen the moral fibre of the nation, so that everyone, particularly
public officials, academics, businessmen at all levels, adheres first and
foremost to the principles of honesty and integrity. In addition, a way of
life based on patience, perseverance, diligence, wisdom and prudence is
indispensable to create balance and be able to cope appropriately with
critical challenges arising from extensive and rapid socioeconomic,
environmental, and cultural changes in the world.”
อ่านเพิ่มเติม

ประวัติของต้นมะเขือเปราะ

ชื่อวิทยาศาสตร์        Solanum xanthocarpum Schrad. & Wendl.

ชื่อสามัญ                Yellow berried nightshade

วงศ์                      Solanaceae

ชื่ออื่นๆ                  มะเขือขื่น มะเขือเสวย (ภาคกลาง) มะเขือขันคำ มะเขือคางกบ มะเขือดำ มะเขือแจ้ มะเขือจาน มะเขือแจ้ดิน (เหนือ) เขือพา เขือหิน (ใต้) มั่งคอเก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มะเขือหืน (ภาคอีสาน)

ลักษณะ :ต้นมะเขือเปราะมีลักษณะเป็นไม้พุ่มสูง 2-4 ฟุต มีอายุอยู่ได้หลายฤดูกาล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย

ใบมีขนาดใหญ่ เรียงตัวแบบสลับ
ดอกมีขนาดใหญ่ สีม่วงหรือสีขาว เป็นดอกเดี่ยว
ผลมีรูปร่างกลมแบนหรือรูปไข่ อาจมีสีขาว เขียว เหลือง ม่วง ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ผลเมื่อแก่มีสีเหลือง เนื้อในผลสีเขียวเป็นเมือก มีรสขื่น

  อ่านเพิ่มเติม

แบบสำรวจความพึงพอใจการเยี่ยมชม

วิหารคาร์นัค

วิหารคาร์นัค

     ย้อนไปสมัยก่อนคริสตกาล หรือ 3,000 ปีที่แล้ว อาณาจักรอียิปต์โบราณมีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนยุคกรีกและโรมัน ชาวอียิปต์อาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำไนล์ มีความสามารถทั้งด้านการปกครอง สถาปัตยกรรม และศิลปะ ตลอดจนศาสตร์อื่นๆ จนสามารถสร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน

ความรุ่งเรืองของอียิปต์วัดได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้าง โบราณวัตถุต่างๆ และร่องรอยอารยธรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่สมัยก่อนคริสตกาล อ่านเพิ่มเติม

พิพิธภัณฑ์อียิปต์

   พิพิธภัณฑ์อียิปต์ 

ดาวน์โหลด (2)

         พิพิธภัณฑ์ของกรุงไคโร นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ของโลกที่่เก่าแก่ที่สุดมานาน ที่ขึ้นชื่อ เลืองลิ่อ มาช้านาน เพราะความหลากหลาย ของซากปรัก หักพังของวัตถุโบราณที่ได้่ถูกค้นพบจากที่ต่างๆ อย่างมากมายในหลากหลายสมัยๆ ที่ได้ถูกส่งทยอยเข้ามาเก็บ รักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

ณ.พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้มีเรื่องราว แห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่น่าเศร้าสลดใจแทนชาวอี่ยิปต์ทั้งหลาย ซึ่งเริ่มตั่งแต่ปี ค.ศ 1826 ในขณะที่ท่านมูฮัมหมัดอาลี บาชาได้ออกกฏหมายที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ไว้เก็บ วัตถุโบราณจากที่ต่างๆ ที่ถูกค้นพบเอามาเก็บรวมไว้ในที่แห่งเดียวกัน ต่อมาพวกเขาได้เลือกริมฝั่งสระเอซเบก คือสวนเอซเบกปัจจุบันซึ่งตั้งอยู่ระหว่างวงเวียนโอเปร่า กับวงเวียนอาตาบะฮ์ เป็นพิพิธภัณฑ์แบบชั่วคราวเท่านั้น แต่ทว่ากษัติร์ผู้ปกครองอียิปสมัยนั้น อ่านเพิ่มเติม